เพราะความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนและแต่ละช่วงวัยนั้นไม่เท่ากัน การเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟจึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองของเด็กๆ ทุกท่านที่กำลังมองหาการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ที่สามารถให้ได้มากกว่าคำว่า วิชาการ การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นสูง ตอบโจทย์พัฒนาการของเด็กๆ ได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย อีกทั้งยังส่งเสริมอิสระทางความคิด ความรู้ จิตใจ และจินตนาการ 

สำหรับท่านที่ยังไม่แน่ใจว่า วอลดอร์ฟ (Waldorf) คืออะไร แตกต่างจากการเรียนตามหลักสูตรพื้นฐานทั่วไปอย่างไร ในบทความนี้กัน เราจึงอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับ การเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ ในโรงเรียนวอลดอร์ฟกัน!

 

วอลดอร์ฟ (Waldorf) คืออะไร

 

วอลดอร์ฟ คือ อีกหนึ่งรูปแบบการศึกษาที่ เน้นการบูรณาการ ระหว่าง วิชาการในห้องเรียน ร่วมกับกิจกรรมหรือแนวทางให้ความรู้รูปแบบใหม่ที่ส่งเสริมให้เกิดแนวความคิดและจิตนาการ ผสานกันจนเกิดการพัฒนาแบบองค์รวมและสมดุล ทั้งร่างกาย ปัญญา และจิตใจ ให้เด็กๆ มีพัฒนาการในทุกด้านอย่างเหมาะสม 

แนวคิดการสอนแบบวอลดอร์ฟถูกพัฒนาในต้นศตวรรษที่ 20 โดยรูดอร์ฟ สไตเนอร์ (Rudolf Steiner) นักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา และนักปฏิรูปสังคมชาวออสเตรีย ณ ปัจจุบัน โรงเรียนวอลดอร์ฟและการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟได้แพร่ขยายไปในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก 

 

หัวใจสำคัญของการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ

 

หัวใจสำคัญของการศึกษาแบบวอลดอร์ฟแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนเกี่ยวข้องกับ 3H ซึ่งได้แก่ Head Heart and Hands หรือจะพูดให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นก็คือ การจับความคิด การจับความรู้สึก และการลงมือทำ เรียกได้ว่าเป็น 3 ขั้นตอนที่เป็นองค์ประกอบของของการรับรู้ของมนุษย์ เราคิด เรารู้สึก และเราลงมือทำ การสอนแบบวอลดอร์ฟจะช่วยให้นักเรียนใช้ความคิด เข้าใจความรู้สึก และลงมือทำอย่างสร้างสรร เพื่อให้เกิดความเจริญงอกงามของความรู้พร้อมสุขภาวะที่ดี

 

 

เหตุผลที่ทำให้การศึกษาแบบวอลดอร์ฟโดดเด่นกว่าทั่วไป

 

หลายคนมีความเข้าใจผิด คิดว่าการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ เป็นการสอนที่เน้นศิลปะ ความจริงแล้วหลักสูตรแบบวอลดอร์ฟมุ่งหวังการปลุกร่างกาย อารมณ์ พฤติกรรม ความรู้ความเข้าใจ ไปจนถึงจิตวิญญาณ ให้เกิดความต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิต เน้นการกระตุ้นศักยภาพที่มีในตัวผู้เรียนให้ออกมาใช้งานได้เต็มที่ มีความสามารถที่จะวางแผนแนวทางเป้าหมายของตัวเองได้ตามที่ต้องการและเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด 

อาจจะฟังดูซับซ้อนและยังเห็นภาพไม่ชัด หากจะให้นึกภาพ ในห้องเรียนแบบวอลดอร์ฟนั้นก็มีทั้งที่นักเรียนจะได้นั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน และได้ออกไปเรียนรู้นอกสถานที่ โดยเน้นบรรยากาศและการเรียนการสอนแบบใกล้ชิดกับความงดงามของธรรมชาติมากที่สุด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีและมีพัฒนาการตามวัยโดยดึงศักยภาพออกมาให้มากที่สุดนั่นเอง

 

READ ALSO: หลักการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ ที่ Wonder Valley

 

หลักสูตรแบบวอลดอร์ฟแตกต่างจากการศึกษาสายสามัญอย่างไร

 

โดยปกติแล้ว หลักสูตรวอลดอร์ฟจะแบ่งการเรียนรู้ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย (แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงละประมาณ 7 ปี) ได้แก่ วอลดอร์ฟ ปฐมวัย จะเน้นการลงมือทำ สัมผัสธรรมชาติและสังคม พร้อมเปิดกว้างจินตนาการ ให้เกิดการพัฒนาทั้งทางปัญญา อารมณ์ และร่างกาย ส่วนช่วงวัยประถม – มัธยมต้น จะเน้นไปที่ด้านอารมณ์จิตใจและจินตนาการควบคู่กับความรู้ กระทั่ง วัยมัธยมไปจนถึงวัยเข้ามหาวิทยาลัย จะเน้นการศึกษาทางวิชาการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญา  และจริยธรรม เห็นถึงความจริงของโลก

จะเห็นได้ว่า การศึกษาแนววอลดอร์ฟ มีการออกแบบหลักสูตรให้เหมาะกับการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กๆ ในแต่ละช่วงวัยมาเป็นอย่างดี  ช่วยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมตามวัย ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงควบคู่กับการเรียนรู้ภายในห้องเรียน เพิ่มโอกาสการพัฒนาแบบองค์รวมได้จริง 

 

ตัวอย่างสภาพแวดล้อมแบบหลักสูตรแบบวอลดอร์ฟ

 

  • นักเรียนต้องยุติการใช้หน้าจอทุกรูปแบบหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอโทรศัพท์ หน้าจอแท็บเล็ต หน้าจอ Notebook คอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอโทรทัศน์ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน
  • จัดกิจกรรมตามหลักมานุษยวิทยาของวอลดอร์ฟแบ่งกิจกรรมออกเป็นเวลาสร้างสัมพันธ์ เวลากิน เวลาเล่น และเวลาพักผ่อน
  • สภาพแวดล้อมนั้นจะเน้นให้มีการสัมผัสกับธรรมชาติให้มากที่สุด เช่น การปั้นขี้ผึ้งหรือดิน แทนการใช้ดินน้ำมันสำเร็จรูป รวมไปถึงของเล่นอย่างอื่นสำหรับโรงเรียนวอลดอร์ฟ จะเป็นของเล่นที่เป็นวัสดุจากธรรมชาติทั้งสิ้น ไม่มีการใช้ของเล่นจากพลาสติก
  • มีการพาไปศึกษานอกห้องเรียน ตามแหล่งธรรมชาติใกล้ๆ เพื่อให้คุณครูสามารถตอบคำถามของผู้เรียนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ และช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้กับธรรมชาติได้
  • มีกิจกรรมการทำอาหารง่ายๆ เพื่อนส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องวัตถุดิบในการทำอาหาร เข้าใจรสชาติของอาหาร และเห็นคุณค่าของอาหารจากการได้ลงมือทำเอง

 

 

หลักสูตรวอลดอร์ฟ กับ ความคุ้มค่าที่น่าลงทุน

 

ส่วนใหญ่ โรงเรียนวอลดอร์ฟ ค่าเทอม ไม่ได้สูงอย่างที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านกำลังกังวล เริ่มต้นเพียงหลักหมื่นเท่านั้น คล้ายคลึงกับโรงเรียนเอกชนทั่วไป และไม่จำเป็นต้องลงทุนด้านการเรียนพิเศษเพื่อแข่งกับเด็กนักเรียนคนอื่น เพราะนอกจากจะทำให้ทั้งผู้ปกครองและเด็กเหนื่อยแล้ว ก็ยังกระทบกับพัฒนาการของเด็กๆ จากการอัดแน่นด้านวิชาการที่มากเกินไปด้วย 

เด็กๆ ควรได้สัมผัสกับการเรียนการสอนที่ให้ได้มากกว่าความรู้ ส่งเสริมทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ และความคิด วางรากฐานจิตวิญญาณให้เติบโตได้ครบองค์รวมของมนุษย์อย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่มีพัฒนาเพียงความรู้ที่หยิบไปใช้ได้ในการสอบ ประกอบอาชีพ หรือใช้งานเพื่อการใดการหนึ่งเพียงชั่วคราวเท่านั้น

 

สรุป

 

แม้วอลดอร์ฟ จะมีรูปแบบการเรียนการสอนที่แตกต่างไปจากทั่วไป แต่ก็ยังคงมีการวางเนื้อหาตามหลักสูตรที่สอนตามโรงเรียนทั่วไปอยู่ เพียงแต่จัดให้มีการเรียนในแต่ละช่วงวัยตามความเหมาะสม ไม่อัดเนื้อหาแบบเร่งรีบไปที่เด็กมากจนเกินไป เหมือนการเพาะพันธุ์เมล็ดพืชที่ใช้เวลาเติบโตอย่างมั่นคง ไม่ใช่ไหลเชี่ยวอย่างกระแสน้ำ หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจในส่วนนี้ และพิจารณาถี่ถ้วนแล้วว่า การเรียนในรูปแบบนี้มีความเหมาะสมกับเด็ก อาจลองหาข้อมูลของโรงเรียนวอลดอร์ฟที่ตั้งใกล้บ้านเพิ่มเติมต่อไป