เมื่อถึงวัยที่ลูกๆ ต้องเข้าเรียน จะเกิดคำถามมากมายสำหรับผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็น เลือกโรงเรียนให้ลูกอย่างไรดี? โรงเรียนอนุบาลที่ไหนดี? เรียนห้องเรียนหลักสูตรแบบไหนดี? แน่นอนว่าผู้ปกครองต่างก็มีวิธีเลือกที่แตกต่างกัน ทุกวันนี้การศึกษาเปิดกว้างมากขึ้น นอกจากโรงเรียนที่เน้นวิชาการ ปัจจุบันมีโรงเรียนทางเลือก ที่เริ่มได้รับความนิยม บทความนี้จะพามาดูว่าโรงเรียนทางเลือกมีแบบไหนบ้าง รวมทั้งวิธีเลือกโรงเรียนอย่างไรให้เหมาะกับลูก

 

เลือกโรงเรียนอย่างไรให้เหมาะกับลูก?

 

  • คุณภาพครูผู้สอนดี มีความน่าเชื่อถือของโรงเรียน
  • หลักสูตรและกิจกรรมเหมาะกับลูก
  • บรรยากาศภายในโรงเรียนเป็นแบบที่ลูกชอบ
  • ส่งเสริมความเป็นตัวตนของลูก
  • สะดวกในการเดินทาง ไม่ทำให้ลูกเหนื่อยเกินไป
  • ค่าเทอมอยู่ในงบประมาณที่ผู้ปกครองสามารถจ่ายได้

 

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโรงเรียนระดับเตรียมอนุบาล โรงเรียนระดับอนุบาล หรือการเลือกโรงเรียนประถมให้ลูก ปัจจัยพื้นฐานอย่างการประเมินดูคุณภาพของโรงเรียน คุณภาพผู้สอน คุณภาพของหลักสูตร ความน่าเชื่อถือ วิสัยทัศน์ และความใส่ใจนักเรียนของโรงเรียนเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างมีความสำคัญ นอกเหนือจากนี้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น บรรยากาศในโรงเรียน ก็มีส่วนสำคัญ เพราะบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ลูกเจอในทุกๆ วันจะมีผลกับพัฒนาและการเรียนรู้ของลูกด้วย 

 

นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของที่ตั้งของโรงเรียน ดูอัตราส่วนของคุณครู ครูผู้ดูแลกับนักเรียนเพื่อให้แน่ใจว่าจะดูแลได้อย่างทั่วถึง ดูว่าในโรงเรียนมีห้องพยาบาลที่มีพยาบาลวิชาชีพประจำอยู่หรือไม่ อีกทั้งในยุคที่โควิด-19 ทำท่าว่าจะไม่หมดและจบลงไปง่ายๆ นั้น โรงเรียนมีมาตรการในการดูแลนักเรียน คัดกรองและแยกเด็กนักเรียนป่วยหรือไม่อย่างไร

 

แนวทางการสอนของโรงเรียนทางเลือกแต่ละแบบเป็นอย่างไร? 

 

โรงเรียนทางเลือกแต่ละแบบจะมีวิธีการสอนแบบต่างๆ แบ่งตามปรัชญาที่ยึดเป็นพื้นฐานในการศึกษาของแต่ละที่ ตัวอย่างโรงเรียนทางเลือกแต่ละแบบ ได้แก่

 

แนวการสอนแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf)

 

เน้นบูรณาการวิชาการไปกับกิจกรรรมต่างๆ ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์  จินตนาการ การรักษาสมดุล ให้เด็กได้พัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา โดยมีศิลปะเป็นตัวเชื่อม พัฒนาให้เด็กเป็นมนุษย์ที่มีบุคลิกภาพที่สมดุลกลมกลืนไปสิ่งแวดล้อม สร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมให้เด็กเรียนรู้ผ่านการละเล่น สอนกิจกรรมฝึกทักษะ และจินตนาการ ครบทั้งศิลปะ ดนตรี ทักษะการใช้ร่างกาย โดยเน้นให้เด็กมีโอกาสได้ปฏิบัติจริง

 

แนวการสอนแบบมอนเตสซอรี (Montessori)

 

เน้นสอนตามพัฒนาการและความต้องการของเด็กแต่ละคน ยึดเด็กๆ เป็นศูนย์กลาง สอนให้รักตัวเอง อดทนอดกลั้น มีความรับผิดชอบ เห็นคุณค่าและเคารพความแตกต่างของผู้อื่น ให้เด็กๆ ออกแบบความคิดได้เอง ลงมือทำอย่างอิสระภายใต้ขอบเขต เพื่อให้เด็กๆ สามารถแก้ปัญหาได้เองอย่างสร้างสรรค์ในอนาคต

 

แนวการสอนแบบเรกจิโอ เอมิเลีย (Reggio Emilia)

 

เน้นทักษะทางความคิด ใช้ความคิดสร้างสรรค์ วางแผนเป็น สนับสนุนให้เด็กๆ ตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยกันเป็นกลุ่ม กระตุ้นให้เด็กเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำให้เด็กมีความมั่นใจ เห็นคุณค่าในตัวเอง และเคารพผู้อื่น นอกจากนี้ยังได้รวม พ่อ แม่ ครู เด็ก ชุมชน เข้าไปในกิจกรรม จัดให้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ร่วมกัน 

 

แนวการสอนแบบนีโอ-ฮิวแมนนิสต์ (Neo-Humanist Education)

 

แนวการสอนนั้นเป็นการผสมผสานกันระหว่างแนวการเรียนการสอนทางตะวันออกกับความทันสมัยทันต่อโลกของทางตะวันตก เน้นสร้างความฉลาดให้กับเด็ก พัฒนาศักยภาพแฝงให้แสดงออกมาได้อย่างสูงสุดในทุกๆ ด้าน ทำให้เด็กมี EQ จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ แนวทางในการทำให้เด็กมีความสุข เก่ง ฉลาด แข็งแรง มีความคิดด้านบวก มีความภาคภูมิใจในตัวเอง

 

แนวการสอนแบบพหุปัญญา (Multiple Intelligence) 

 

เน้นการเชื่อมโยงระหว่างสาระการเรียนรู้และความสามารถทางการเรียนรู้ที่มีอยู่ในเด็ก เชื่อว่าเด็กทุกคนมีความฉลาดที่ต่างกัน เน้นให้เด็กแต่ละคนได้พัฒนาศักยภาพ ซึ่งมีทั้งหมด 8 ด้าน คือ ภาษา, ดนตรี, ตรรกะและคณิตศาสตร์, การเข้ากับผู้อื่น, การรู้จักและเข้าใจตนเอง, ความเข้าใจในธรรมชาติ, มิติสัมพันธ์, ร่างกายและการเคลื่อนไหว

 

แนวการสอนวิถีพุทธ (Buddhist School)

 

โรงเรียนแนวนี้เป็นสถานศึกษาในระบบปกติ ที่นำองค์ความรู้ที่เป็นคำสอนในพระพุทธศาสนาเข้ามาประยุกต์ใช้ในหลักสูตร ยึดหลักพระพุทธศาสนา นำหลักพุทธธรรม คำสอนมาใช้ในการจัดการศึกษา มีธรรมะคอยกล่อมเกลาจิตใจ เด็กๆ จะได้เรียนรู้การสวดมนต์ นั่งสมาธิ การเจริญสติปัญญา มีการพัฒนาด้านศีล สมาธิ และปัญญา รู้จักวิธีปฏิบัติเพื่อพัฒนาจิตใจของตนเอง 

 

แนวการสอนแบบองค์รวม (Holistic Education)

 

การศึกษาแบบองค์รวม มีวัตถุประสงค์หลักคือ การเตรียมนักเรียนให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในการใช้ชีวิตและวิชาการ โดยที่การศึกษาแบบองค์รวมเน้นการเรียนแบบบูรณาการ และเชื่อว่าสิ่งสำคัญสำหรับเยาวชน คือ การเรียนรู้ในแต่ละด้าน ดังต่อไปนี้:

 

  • เกี่ยวกับตนเอง (Learning about oneself)
  • เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ดีในการใช้ชีวิตและพฤติกรรมส่งเสริมสังคม ( Learning about relationships)
  • เกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านสังคมและการอยู่ร่วมกับคนอื่น (Social development)
  • เกี่ยวกับการพัฒนาด้านอารมณ์ (Emotional development)
  • เกี่ยวกับความยืดหยุ่นและปรับตัว (Resilience)

 

การศึกษาแบบองค์รวมนั้นจะเน้นการตั้งคำถามและหาคำตอบ เริ่มต้นจากการค้นหาตัวตน การค้นหาความหมายและเป้าหมายในการดำเนินชีวิต เช่น การพิจารณาว่าอะไรคือเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต และผู้เรียนจำเป็นต้องรู้อะไรเพื่อให้บรรลุความสำเร็จเหล่านั้น? ต่อมาจึงค่อยๆ ขยายขอบเขตให้กว้างขึ้น เริ่มมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง ขยายขอบเขตไปจนถึงระดับสังคม ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริง (Experience-based learning) 

 

 

ทำไมต้องโรงเรียนทางเลือก?

 

ในอดีต โรงเรียนเป็นกลุ่มสังคมที่สอนผู้คนเกี่ยวกับการเป็นมนุษย์และความหมายของการมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ยาก ความเลวร้าย หรือความดีงามของมนุษย์ กลุ่มเหล่านี้เป็นครอบครัวขยาย ชุมชน หรือกลุ่มศาสนา แต่ปัจจุบัน กลุ่มเหล่านี้ค่อยๆ หายไปหรือไม่ก็กลายเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในชีวิตของคนรุ่นใหม่เท่านั้น กลับกลายเป็นป๊อบคัลเจอร์ (Pop Culture) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า วัฒนธรรมสมัยนิยม ได้เข้ามามีบทบาทมากในการกำหนดชีวิตของคนรุ่นใหม่ 

 

ระบบการศึกษาหลักในยุคปัจจุบันไม่ได้ให้ความสำคัญกับการค้นหาตัวตนและการหาความหมายให้กับชีวิต แต่ถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับโลกแห่งการทำงาน เพื่อให้ผู้เรียนมีชุดทักษะที่จะช่วยขึ้นบันไดแห่งความสำเร็จทางวัตถุ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หล่อเลี้ยงให้เยาวชนเติบโตเป็นมนุษย์ที่มีความสุขสมบูรณ์รอบด้านทั้งกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา การเรียนการสอนในโรงเรียนทางเลือกจึงเปรียบเสมือนการเข้ามาเติมเต็มในด้านอื่นๆ ที่ขาดหายไปจากระบบการศึกษาในปัจจุบัน

 

โรงเรียนทางเลือกมีที่ไหนบ้าง? 

 

รายชื่อโรงเรียนทางเลือกในกรุงเทพฯ

 

แบบวอลดอร์ฟ : รร.ปัญโญทัย, รร.ศิริ์รัถยา, รร.ไตรพัฒน์ 

แบบมอนเตสซอรี : รร.อนุบาลกรแก้ว, รร.อนุบาลยุวมิตร, รร.อนุบาลวรพิม

แบบเรกจิโอ เอมิเลีย : รร.อนุบาลมณีรัตน์, รร. ณ ดรุณ

แบบนีโอ-ฮิวแมนนิสต์ : รร.อมาตยกุล

แบบพหุปัญญา : รร.จารุวรรณ, รร.อโศกวิทย์อ่อนนุช

แบบวิถีพุทธ : รร.รุ่งอรุณ, รร.สยามสามไตร, รร.ทอสี

 

รายชื่อโรงเรียนทางเลือกในสงขลา

 

โรงเรียนการศึกษาองค์รวม ตามแนว Montessori และวอลดอร์ฟ ชุมชนการเรียนรู้ Wonder Valley หาดใหญ่

แบบมอนเตสซอรี : รร.อนุบาลกุลจินต์

แบบวิถีพุทธ : รร.บ้านคูหา, รร.บ้านชะแม, รร. วัดโลกา

 

รายชื่อโรงเรียนทางเลือกในเชียงใหม่

 

แบบวอลดอร์ฟ : ศูนย์การเรียนฮอมขวัญ-วอลดอร์ฟเชียงใหม่, ศูนย์การเรียนอาภา

แบบมอนเตสซอรี : บ้านแม่ริมมอนเตสซอรี่, Chiang Mai Montessori International School

แบบพหุปัญญา : รร.เซนต์เจมส์ เชียงใหม่, รร. วชิราลัย

แบบวิถีพุทธ : รร.อนุบาลเชียงใหม่

 

รายชื่อโรงเรียนทางเลือกในขอนแก่น

 

แบบวอลดอร์ฟ : ศูนย์การเรียนดุลยพัฒน์

แบบมอนเตสซอรี : รร.อากาเป้ ขอนแก่น, รร.รัตน์ฉัตร, รร.บ้านไม้ไผ่

แบบพหุปัญญา : รร.ขามแก่นนคร, รร.กีฬาจังหวัดขอนแก่น

แบบวิถีพุทธ : รร.อนุบาลขอนแก่น, รร.บ้านโนนลาน

 

สรุป

 

ในปัจจุบันโรงเรียนทางเลือกได้รับความสนใจเพราะมีทั้งความยืดหยุ่น และความหลากหลาย ทำให้เด็กได้เรียนรู้ไปในทางที่ชอบได้อย่างแท้จริง รวมทั้งได้เสริมทักษะอื่นๆ ในส่วนที่ระบบการศึกษาสายสามัญไม่มีสอน สำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาโรงเรียนให้ลูก โรงเรียนทางเลือกถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

Wonder Valley เป็นชุมชนเเห่งการเรียนรู้ที่มุ่งมั่นจะจัดการศึกษาแบบองค์รวมเพื่อพัฒนาเด็กๆ ไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางกายภาพ ทางอารมณ์ ความคิด และจิตวิญญาณ สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของเรา