การฝึกสมาธิไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น เพราะความจริงแล้วยิ่งเราเริ่มการฝึกสมาธิเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยส่งผลดีต่อตัวเราเองทั้งสิ้น ครั้งนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับการฝึกให้เด็กนั่งสมาธิกันว่ามีข้อดีอย่างไร ทำไมถึงต้องนั่งสมาธิกันตั้งแต่ยังเด็ก รวมถึงถ้าหากใครคิดว่าการนั่งสมาธินั้นน่าเบื่อและคงยากจนเกินไป เราก็มี 3 วิธีใหม่ๆ ที่จะช่วยทำให้การฝึกสมาธินั้นสนุกมากขึ้นมาให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเลือกนำไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติตามกัน 

 

 

ประโยชน์ของการให้เด็กนั่งสมาธิ

 

การมีสมาธิ คือ การที่บุคคลนั้นๆ สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้อย่างเต็มที่ มีการโฟกัสสิ่งนั้นและลงมือทำออกมาจนสำเร็จเสร็จสิ้น การมีสมาธินั้นสัมพันธ์กับการมีสติ (Mindfulness) ดังจะเห็นได้ว่าการนั่งสมาธิ (Meditation) นั้นเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างการมีสติ (Mindfulness) 

ซึ่งการนั่งสมาธิที่จะช่วยฝึกจิตให้นิ่งและมีสติ (Mindfulness) นี้เอง ที่ทำให้บุคคลไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่สามารถรับมือกับสภาวะทางอารมณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น การฝึกให้เด็กนั่งสมาธิจึงเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กคนนั้นเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และเล่นซน แต่การฝึกสมาธิให้เด็กๆ ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ลูกมีการพัฒนาด้านสมองและการเรียนรู้ที่สมวัยยิ่งขึ้น การให้เด็กนั่งสมาธิจะช่วยทำให้สมองในส่วนของความจำและการเรียนรู้พัฒนาได้เป็นอย่างดี เมื่อเรามีพื้นฐานจิตใจที่สงบนิ่ง เมื่อโตขึ้นและเจอเหตุการณ์ต่างๆ ก็จะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

 

การฝึกสมาธิวิธีอื่นๆ

 

ซึ่งวิธีการฝึกสมาธิให้เด็กนอกจากให้เด็กนั่งสมาธิธรรมดาๆ ที่เรารู้จักกันดีแล้ว เรายังมีวิธีอีกมากมายที่สามารถช่วยฝึกให้เด็กมีสมาธิมากขึ้นได้อีกด้วย โดยเราได้คัดการฝึกสมาธิด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆ มาไว้เรียบร้อยดังนี้

 

1. กิจกรรมสันทนาการ

 

นอกจากการให้เด็กนั่งสมาธิแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถพาลูกๆ ไปทำกิจกรรมสันทนาการตามที่เด็กๆ สนใจได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาออกกำลังกาย การเล่นดนตรี หรือการวาดรูป ทั้งหมดนี้ต่างเป็นกิจกรรมที่จะช่วยทำให้เด็กๆ มีสมาธิได้อย่างง่าย เนื่องจากเด็กๆ จะต้องจดจ่อกับการทำสิ่งนั้นๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ยิ่งเป็นสิ่งที่สนใจ ก็จะยิ่งทำให้การฝึกสมาธิเป็นไปได้อย่างดี

2. เดินทางเจอสถานที่ใหม่ๆ

 

 

การฝึกสมาธิไม่จำเป็นต้องให้เด็กนั่งสมาธิอยู่กับที่เสมอไป คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกสมาธิให้ลูกน้อยด้วยการเปลี่ยนบรรยากาศ พาเด็กๆ ไปท่องเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ เพื่อเปิดหูเปิดตา พาเด็กๆ ชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า แสงสีเสียงที่ได้ยินอยู่ ณ ปัจจุบัน ก็เป็นอีกทางในการเสริมสร้างสมาธิให้เด็กๆ เช่นกัน โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวกับธรรมชาติก็จะช่วยทำให้สภาพจิตใจของเด็กๆ พัฒนาได้ดีกว่าเดิม

3. เล่านิทาน

 

การเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สามารถปลูกฝังให้เด็กมีสมาธิเพิ่มมากขึ้นเหมือนกันกับการให้เด็กนั่งสมาธิเลยทีเดียว เพราะเป็นกิจกรรมที่ใช้อวัยวะการได้ยินเสียงจดจ่อกับการรับรู้ แต่ต้องมั่นใจว่าในขณะที่ฟังนั้นไม่มีปัจจัยกระตุ้นอย่างอื่นที่เข้ามารบกวน อย่างไรก็ตามวิธีนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องขยันและทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะวิธีนี้เป็นการช่วยฝึกให้เด็กมีสมาธิในการรับฟัง อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลายก่อนนอนอีกด้วย

4. เล่นเกมฝึกสมองต่างๆ

 

นอกเหนือจากการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำเป็นกลุ่มกับเพื่อน ก็ยังมีเกมต่างๆ ที่ลูกสามารถเรียนรู้ที่ได้เล่นได้เองที่บ้าน เป็นเกมที่เล่นคนเดียวได้ เช่น จิ๊กซอว์ ตัวต่อ หรือแม้แต่ของเล่นเล็กๆ อย่าง Fidget Spinner ซึ่งเป็นของเล่นยอดฮิตก็ถือเป็นของเล่นคลายเครียดที่สามารถเล่นคนเดียวได้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี ถึงแม้ว่าจะมีของเล่นฝึกสมองและทำให้สมาธิจดจ่อได้ แต่ในฐานะผู้ปกครอง เราต้องจัดสรรกิจกรรมต่างๆ เข้ามาผสมให้ลงตัว ไม่ควรปล่อยให้ลูกใช้เวลาอยู่กับการเล่นคนเดียวมากเกินไป

5. ส่งเสริมให้ลูกรักการอ่าน

 

การอ่านหนังสืออาจจะไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ที่การอ่านหนังสือเรียนที่อาจมีเนื้อหาที่น่าเบื่อสำหรับลูกน้อย ควรให้ลูกสามารถเลือกอ่านหนังสือที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือวิชาการ หรือหนังสืออ่านเล่น ความสามารถในการจดจ่อกับการอ่านได้นานๆ เป็นการช่วยฝึกสมาธิให้กับลูกอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะการอ่าน เพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้และการคิดได้ดีอย่างมากอีกด้วย

 

ส่งท้าย

 

เพราะฉะนั้นการให้เด็กนั่งสมาธิรวมถึงการฝึกสมาธิด้วยวิธีอื่นๆ จึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องหัดให้ลูกๆ ทำจนติดเป็นนิสัย เพื่อที่เมื่อเติบโตไปลูกๆ ของทุกคนจะได้มีสภาพจิตใจที่แข็งแรงอีกทั้งยังห่างไกลจากภาวะสมาธิสั้นซึ่งเป็นปัญหาของเด็กหลายๆ คนในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อเลือกโรงเรียนให้ลูก ก็อย่าลืมดูว่าโรงเรียนมีหลักสูตรการจัดการศึกษาแบบองค์รวมที่ส่งเสริมให้เด็กมีสติและสมาธิ เพื่อการพัฒนาด้านอารมณ์ ความคิด และจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่วิชาการ

Wonder Valley เป็นชุมชนเเห่งการเรียนรู้ที่มุ่งมั่นจะจัดการศึกษาแบบองค์รวมเพื่อพัฒนาเด็กๆ ไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางกายภาพ ทางอารมณ์ ความคิด และจิตวิญญาณ สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของเรา สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของเรา